boulela-Bread food-s

Bread / food

Vestibulum euismod in tortor ut ornare. Morbi ultrices, nisl eu pretium pulvinar, diam augue semper metus, non mollis eros quam ac orci. Suspendisse pharetra iaculis turpis, sit amet pulvinar erat …

Wedding cake

Vestibulum tincidunt id lorem tristique porta. Mauris feugiat velit nec mauris cursus scelerisque. In scelerisque vestibulum nunc, a ullamcorper purus. Mauris nec ipsum eu turpis lobortis porta in in diam. …

ทำไมต้องมีเค้กแต่งงาน ทำไมเค้กต้องสูง ทำไมเค้กถึงไม่อร่อย

เค้กแต่งงานเริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 12-15 เมื่อสมัยโรมัน โดยตามประเพณีแล้วแขกผู้ร่วมงานแต่งงานจะเอาขนมเค้กก้อนเล็กๆ ที่มีคล้ายกับก้อนขนมปังมาร่วมงานด้วย จากนั้นก็จะนำมาเรียงรวมกันเป็นชั้นๆ เพื่อที่จะให้คู่บ่าวสาวปีนขึ้นไปแสดงความรักโดยการจูบกันบนยอดของขนมเค้กที่ได้เรียงเอาไว้ โดยตามความเชื่อที่ว่า คู่บ่าวสาวคู่ไหนที่สามารถปืนขึ้นไปจูบกันบนยอดของขนมเค้กได้ คู่แต่งงานคู่นั่นจะถือว่าโชคดีและมีความสุขที่สุด แต่ถ้าเกิดว่าทำไม่สำเร็จหรือเกิดพลัดตกลงมาก็ถือว่าเป็นการสร้างความสนุกสนานและสีสันให้กับผู้มาร่วมงาน หลังจากนั้นเค้กแต่งงานก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยการรวมขนมเค้กเอาไว้เป็นก้อนเดียวกันแต่มีหลายชั้นอย่างเช่นในปัจจุบันนี้ เค้กแต่งงานทั่วไปส่วนมากมักจะมีขนาดใหญ่ มีรูปร่างเป็นชั้นๆ เรียงกันขึ้นไป พร้อมกับมีการตกแต่งอย่างสวยสดงดงามหยดย้อยด้วยครีมและน้ำตาลที่นำมาตกแต่งหน้าเค้ก นอกจากนั้นบนส่วนของยอดเค้กมักประดับด้วยตุ๊กตาเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์แทนตัวบ่าวสาว ความหมายของเค้กแต่งงานคือเจ้าสาวจะเป็นคนตัดเค้กเอง โดยเจ้าบ่าวมีหน้าที่เป็นผู้ช่วย หลังจากนั้นจะนำขนมเค้กไปมอบให้แก่บุคคลสำคัญหรือบุคคลในครอบครัวของฝ่ายเจ้าบ่าวเพื่อแสดงออกถึงความเคารพ และแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังจะก้าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าว อีกทั้งยังมีประเพณีที่จะให้คู่บ่าวสาวป้อนเค้กให้แก่กันด้วยนะ เป็นการสื่อสารความหมายถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันสร้างครอบครัวใหม่ด้วยกัน และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่พร้อมจะดูแลกันและกันตลอดไป ในปัจจุบันเค้กแต่งงานจะทำชั้นสูงๆ ด้วยการใช้เค้กปลอมส่วนเค้กจริงจะอยู่ที่ชั้นด้านล่างสุด เพื่อจะได้ไว้ตัดแจกตามประเพณี แต่ทว่าจะไม่ได้แจกให้แขกที่มาร่วมงานครบทุกคน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากแขกที่มาร่วมงานไม่นิยมกินเค้กเพราะรู้สึกอิ่มกับอาหารในงานเลี้ยงทั้งโต๊ะจีนหรืออาหารบุปเฟ่ต์, …

เค้กแต่งงาน โทน ขาว-ชมพู-ดำ

เมื่อไหร่ที่เอ่ยถึงงานแต่งงานภาพบรรยากาศที่อบอวลด้วยความรักของคู่รักคงจะเป็นภาพแรกที่เรานึกถึง รวมไปถึงสิ่งสวยงามต่างๆ ที่ประดับประดาอยู่เต็มงาน ไม่ว่าจะเป็น ดอกไม้สีสันอ่อนหวานสร้างความสดชื่นและกลิ่นหอม และแน่นอนว่าเค้กแต่งงานก็คงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญในนั้นด้วยแน่ๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นเค้กแต่งงานที่ออกแนวสีพาสเทลอย่างชมพู,ฟ้า, ครีม จนกลายเป็นสีสัญลักษณ์ของงานแต่ง หากว่าคุณลองเปลี่ยนแนวมาเป็นแบบ stencils เป็น damask ดูบ้างคงจะสร้างความแปลกใหม่ของเค้กแต่งงานได้ไม่น้อยเลย… เค้กแบบ damask ก็คือการสร้างลายสำหรับงานเบเกอรี่ให้ออกมาเป็นลวดลายคล้ายกับลายผ้า ซึ่งดูสวยงามและให้ความคลาสิกเป็นอย่างมาก ยิ่งนำมาเล่นลวดลายผสมกับการเลือกสีของตัวเค้กเป็นโทนสีขาว ตัดเส้นขอบลายด้วยสีดำ พร้อมกับเพิ่มดอกไม้ อาทิ ดอกกุหลาบสีชมพูลงไป ยิ่งจะช่วยทำให้เค้กดูโดดเด่น สร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มาร่วมงาน หรือหากต้องการจะสลับสีก็สามารถทำได้เช่นกันโดยการเปลี่ยนเนื้อเค้กเป็นสีดำ ตัดลวดลายด้วยสีขาว และตกแต่งด้วยการบีบดอกไม้สีชมพูประดับลงไป เพราะ 3 …

เค้กแต่งงานปลอม

“เค้กแต่งงานปลอม” ความสวยที่กินไม่ได้ !!! สำหรับใครที่ได้รับเชิญไปงานแต่งงานของคู่บ่าวสาวบ่อยๆ คงจะสังเกตเห็นว่าทุกงานจะมีเค้กแต่งงานสุดสวยตั้งตระหง่านเด่นเป็นสง่าอยู่กลางงาน ดึงดูดทุกสายตาให้ต้องเหลียวไปมอง และยังเป็นส่วนสำคัญที่ทุกงานแต่งงานต้องมี เพราะปัจจุบันเค้กแต่งงานกลายเป็นส่วนจำเป็นของงานแต่งงานคนไทยไปเสียแล้ว แต่ทว่าเค้กแต่งงานที่เราเห็นเป็นชั้นๆสูงๆ ทราบหรือไม่ว่าเป็นเค้กที่ทำปลอมขึ้นให้มีลักษณะคล้ายกับเค้กจริงๆ สาเหตุมาจากการใช้เค้กแต่งงานบางประเภทมีข้อจำกัดเยอะ และยังไม่ค่อยเหมาะสมกับทุกสถานที่ เช่น ทนแดด ทนลม หรือความชื้นไม่ไหว อาจละลายหมดสวยก่อนพิธีจะเริ่มด้วยซ้ำ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้บ่าวสาวหันมานิยมเลือกใช้ “เค้กแต่งงานปลอม” กันเสียส่วนใหญ่ เพราะสามารถเคลื่อนย้ายได้ตามที่ใจต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานการแจ้ง งานริมทะเล หรือแม้กระทั่งงานที่จัดในห้องแอร์ของโรงแรมหรู พร้อมกันนั้นยังทนต่อความร้อน และแถมราคาไม่สูงเกินไปเมื่อนำไปเทียบกับเค้กจริงๆ จึงเป็นตัวช่วยที่ดีของคู่บ่าวสาวให้สามารถประหยัดงบประมาณได้อีกไม่น้อย แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเค้กปลอม บางคนอาจคิดว่าจะได้เป็นเค้กปลอมที่ดูเชยๆ ไม่สวยงาม …

boulela-Wedding Cake-s

Cupcakes

Cupcakes คือเค้กที่มีลักษณะที่อยู่ทรงในรูปถ้วย และมีชิ้นเล็กน่ารักน่าทาน ด้วยขนาดของคัพเค้กและความหลากหลายของรสชาติทำให้เหมาะแก่ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าอีกด้วย เพราะเค้กทั่วไปส่วนใหญ่จะทำเป็นก้อนใหญ่ๆ ทำให้กำลังในการซื้อก้อนต่อไปน้อยลงหรือด้วยความใหญ่ของเค้กทำให้เลือกรสชาติได้น้อยอีกด้วย คัพเค้กจึงกลายเป็นที่ต้องการตามท้องตลาดและในงานต่างๆ เช่นงานเลี้ยงบริษัทหรืองานแต่งงาน เป็นต้น ต่างนิยมใช้คัพเค้กเป็นส่วนหนึ่งในงาน เนื่องจากขนาดที่ทำให้สามารถกระจายความทั่วถึงของคนภายในงานได้ดีกว่าเค้าชนิดอื่นๆ นั้นเอง

  • เค้กกล้วยหอมพีนัทบัตเตอร์ ชิพ Banana and Peanut Butter Chip Steamed Cake

    หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่หอหรือคอนโดอาจจะรู้ซึ้งถึงความไม่สะดวกสบายเวลาที่ต้องการจะลองทำอาหารหรือไม่ต้องพูดถึงการทำขนมโดยเฉพาะขนมเค้กที่ต้องใช้อุปกรณ์ยุ่งยากมากมาย หลายคนจึงหันมาทำขนมแบบง่ายๆ อย่างเช่นการทำเมนูเบเกอรี่ อย่างพวก ชีสเค้ก ชีสพาย เค้กไมโครเวฟ เป็นต้น ดังนั้นวันนี้เราจึงนำสูตรการทำขนมเค้กที่ง่ายๆแสนง่าย แบบไม่ต้องใช้เตาอบมาให้มนุษย์หอได้ทดลองจะทำทานเองหรือฝากเพื่อนข้างห้องก็ได้เช่นกันคะ

    ส่วนผสม เค้กกล้วยหอมพีนัทบัตเตอร์ชิพ

    • น้ำตาลทราย 100 กรัม
    • เนยเค็ม 120 กรัม (ตั้งทิ้งไว้จนนิ่ม)
    • ไข่ไก่ 2 ฟอง
    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 120 กรัม
    • พีนัทบัตเตอร์ชิพ ½ ถ้วย (หรือช็อกโกแลตชิพ)
    • เนยสดสำหรับทาพิมพ์
    • กล้วยหอม

    อุปกรณ์ที่ใช้งาน

    • ที่นึ่ง
    • พิมพ์เค้ก

    ขั้นตอนการทำเค้กกล้วยหอมพีนัทบัตเตอร์ชิพ

    1. นำตะกร้อมือมาใช้คนเนยเค็มกับน้ำตาลทรายให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลายผสมเข้ากันจนหมด
    2. ใส่ไข่ไก่ลงไปผสมด้วยการใส่ไข่ลงไปทีละฟอง ตามด้วยแป้งสาลีอเนกประสงค์ แล้วคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ระหว่างนั้นก็เติมพีนัทบัตเตอร์ชิพลงไปตีให้เข้ากันอีกครั้ง (กรณีที่ไม่มีหรือไม่ชอบถั่วลองใช้เป็นช็อกโกแลตชิพแทน ซึ่งจะได้รสชาติที่ใกล้เคียงกัน)
    3. นำเนยสดมาทาที่พิมพ์เตรียมไว้ แล้วตักส่วนผสมประมาณ 1 – ½ ช้อนโต๊ะ ลงไปพร้อมกับเกลี่ยให้เท่ากันทั่วทั้งพิมพ์ให้เรียบร้อย
    4. หั่นกล้วยหอมออกเป็นแว่นๆปริมาณตามชอบใจแล้ว วางเรียงลงไปในพิมพ์ให้เต็ม พร้อมกับตักส่วนผสมแป้ง ใส่ทับลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ
    5. เคาะลงไปที่พิมพ์เบาๆ เพื่อจะได้ช่วยไล่อากาศและทำให้แป้งกระจายตัว หลังจากนั้นนำพิมพ์ไปวางเรียงในใส่ที่นึ่ง พร้อมกับนำไปนึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 15 – 20 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุกทั้งหมด

    เคล็ดลับความอร่อย

    • ควรเลือกใช้กล้วยหอมไม่สุกงอม จนเกินไปใช้เป็นกล้วยหอมที่สุกขนาดกำลังรับประทาน เพราะได้เนื้อเยอะและมีกลิ่นหอมมากกว่า อีกทั้งยังอุดมไปด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพ

    เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเค้กกล้วยหอมพีนัทบัตเตอร์ชิพที่ทำได้ง่าย ขั้นตอนหรือส่วนผสมก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหม แถมยังได้รสชาติที่อร่อยกว่าเค้กกล้วยหอมทั่วไป เพราะมีรสสัมผัสของเนื้อกล้วยหอมและพีนัทบัตเตอร์ชิพรสหวานละมุนเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้าลองทำกันแล้วได้รสชาติอย่างไร ลองนำมาแชร์กันดูและครั้งต่อไปจะนำขนมสูตรเด็ดๆมาแนะนำกันอีกอย่างแน่นอน

    เค้กกล้วยหอมพีนัทบัตเตอร์ชิพ
  • ขอบอกไว้ก่อนว่าคัพเค้กตัวนี้เป็นคัพเค้กที่เหมาะกับคนที่ชอบขนมรสชาติที่ออกเปรี้ยวๆ หน่อย ด้วยคัพเค้กตัวนี้ใส่น้ำกับครีมเลมอนฟรอสติ้งลงไป ทำให้ตัวเนื้อเค้กมีกลิ่นหอมเลมอนอ่อนๆ ประกอบกับเนื้อเค้กสีนวลน่ากิน  ถ้าได้ลองลิ้มชิมรสรับรองว่าติดใจสดชื่นอารมณ์ดีไปทั้งวันเลย

    ส่วนผสม คัพเค้กเลมอน

    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3/4   ถ้วย
    • แป้งเค้ก 3/4  ถ้วย
    • ผงฟู 1   ช้อนชา
    • เบกกิ้งโซดา 1/8 ช้อนชา
    • เกลือป่น 1/4  ช้อนชา
    • น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ
    • เปลือกเลมอนขูด 1  ช้อนโต๊ะ
    • เนยจืด 1/2  ถ้วย
    • ไข่ไก่ 1  ฟองใหญ่
    • ไข่ขาว 2  ฟองใหญ่
    • กลิ่นวานิลลา 1/2  ช้อนชา
    • บัตเตอร์มิลค์ 1/4  ถ้วย + 3 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำเลมอน 1 + 1/2 ช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสม น้ำเชื่อมไซรัป

    • น้ำเลมอน 1  ช้อนโต๊ะ
    • น้ำตาลทราย 1  ช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสม ครีมเลมอนฟรอสติ้ง

    • เนยจืด 3/4  ถ้วย
    • เปลือกเลมอนขูด 1 1/2  ช้อนชา
    • น้ำตาลไอซิ่ง 2 + 1/2  ถ้วย
    • น้ำเลมอน 1  ช้อนโต๊ะ
    • เฮฟวี่ครีม 1  ช้อนโต๊ะ
    • กลิ่นวานิลลา 1/2  ช้อนชา
    • กลิ่นเลมอน 1/4   ช้อนชา
    • เลมอนสไลด์

    ขั้นตอนการทำ

    1. เตรียมอุ่นเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์
    2. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์และแป้งเค้กลงในอ่างผสม ใส่ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่นลงไปคนให้เข้ากันใช้เวลาประมาณ 20 วินาที
    3. หลังจากนั้นตีน้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนเปลือกเลมอนขูดประมาณ 1 นาทีจนเข้ากัน ใส่เนยจืดลงไปตีผสม พร้อมใส่ไข่ไก่และไข่ขาว 1 ฟองตีจนเข้ากันดีแล้ว ตามด้วยใส่กลิ่นวานิลลาลงไปตีผสมกับไข่ขาวอีก 1 ฟองที่ยังเหลืออยู่
    4. เทบัตเตอร์มิลค์กับน้ำเลมอนตีให้เข้ากัน แบ่งส่วนผสมของแป้งออกเป็น 1/3 ส่วนลงไปผสมกับเนยและไข่ ตีให้เข้ากัน จากนั้นเติมส่วนผสมบัตเตอร์มิลค์ครึ่งหนึ่งลงไปตีผสม เติมส่วนผสมแป้งส่วนที่ 2 ลงตามไป หลังจากนั้นนำส่วนผสมบัตเตอร์มิลค์ที่เหลือตีให้เข้ากัน สุดท้ายให้ใส่แป้งที่เหลือลงไป แล้วหยอดลงแม่พิมพ์ อบประมาณ 18-20 นาที นำเอาออกมาพักไว้ก่อนถึงแกะออกจากพิมพ์
    5. ทำน้ำเชื่อมไซรัปด้วยผสมน้ำเลมอนและน้ำตาลทรายให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็นำไปทาบนคัพเค้ก
    6. ทำครีมฟรอสติ้งด้วยการเทส่วนผสมทั้งหมดลงไปด้วยความเร็วปานกลางค่อนข้างสูงจนเข้ากันประมาณ 4-5 นาที เมื่อทุกอย่างรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ก็นำไปบีบตกแต่งบนหน้าคัพเค้ก จัดวางเปลือกเลมอนที่เตรียมไว้จัดแต่งให้สวยงาม
    คัพเค้กเลมอน
  • ใครที่ชอบทานมะพร้าวไม่ว่าจะเป็นน้ำมะพร้าว เนื้อมะพร้าว ต้องไม่พลาดความอร่อยของคัพเค้กมะพร้าวอีกหนึ่งอย่างแน่นอน คัพเค้กเนื้อนุ่มที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อมะพร้าวทุกตารางนิ้ว แปะหน้าด้วยครีมมะพร้าวฟรอสติ้งที่แสนจะละมุนนุ่มลิ้น ตามด้วยการโรยเนื้อมะพร้าวขูดเพิ่มรสชาติ หากยิ่งได้กินตอนอบสุกใหม่ๆ เวลาทานก็แค่เอาช้อนเล็กๆ ตักลงไปให้แต่ละคำอบอวลไปด้วยเนื้อเค้ก ครีมมะพร้าว รับรองได้ว่าฟินจนไม่อยากจะวางช้อนลงอย่างแน่นอน

    ส่วนผสม ของคัพเค้กมะพร้าว (ทำได้ประมาณ 10 ถ้วย)

    • น้ำมันมะพร้าวหอมบริสุทธิ์ 1/4 ถ้วย
    • น้ำตาลทราย 2/3 ถ้วย
    • กะทิ 1 ถ้วย
    • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
    • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
    • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
    • เกลือป่น
    • มะพร้าวขูด 1 ถ้วย (หรือตามความชอบ)

    ส่วนผสมของครีมมะพร้าวฟรอสติ้ง

    • เนยจืด 1/3 ถ้วย
    • กะทิ 1/4 ถ้วย
    • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
    • น้ำตาลไอซิ่ง 2 + 1/2 ถ้วย – 3 ถ้วย
    • มะพร้าวขูด (ไว้สำหรับตกแต่งให้สวยงาม)

    ขั้นตอนการทำคัพเค้ก

    1. เตรียมอุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์
    2. เริ่มการทำเนื้อคัพเค้กด้วยการตีผสมน้ำมะพร้าวกับน้ำตาลทราย ให้น้ำตาลทรายละลายเข้ากับน้ำมะพร้าวได้ดี หลังจากนั้นให้ใส่กะทิและกลิ่นวานิลลาลงไปตีผสมจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
    3. นำแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู เบกกิ้งโซดา เกลือป่น แล้วมะพร้าวขูดมาตีผสมกัน
    4. เตรียมพิมพ์มัฟฟิน 10 ถ้วยลงบนถาดอบ ใส่ส่วนผสมคัพเค้กที่เตรียมไว้ข้างต้นลงไปประมาณ 1/3 ถ้วย หลังจากนั้น นำเข้าเตาอบใช้เวลาประมาณ 18 นาที หรือจนกว่าจะได้เนื้อเค้กสุกดูน่ารับประทาน นำเอาออกมาพักไว้จนเย็น ถึงค่อยแกะออกจากพิมพ์
    5. ทำเนื้อเค้กเสร็จแล้ว ก็เตรียมมาทำครีมมะพร้าวฟรอสติ้งด้วยเนยจืดจนได้เนื้อเนียนสวย ใส่กะทิและกลิ่นวานิลลาลงไปผสมตีให้เข้ากัน ใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไป 2 ถ้วย พร้อมกับตีผสมให้เข้าด้วยกันอีกครั้ง แล้วจึงใส่น้ำตาลไอซิ่งที่เหลือลงไปตีจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
    6. นำครีมฟรอสติ้งใส่กรวยกระดาษเพื่อไปบีบตกแต่งบนหน้าคัพเค้ก แล้วโรยมะพร้าวขูดลงไปที่หน้าคัพเค้กจะยิ่งช่วยทำให้คัพเค้กมะพร้าวดูขาวน่ากินเป็นอย่างยิ่ง

    เคล็ดลับ : เวลาที่หยอดส่วนผสมเนื้อเค้กลงบนพิมพ์ควรกระแทกให้เนื้อเค้กแน่นเต็มแม่พิมพ์ เพราะถ้าไม่ใส่ให้แน่น อาจเกิดฟองอากาศในเนื้อเค้กตอนที่อบเสร็จได้คะ ทำให้เกิดรูพรุน ได้เนื้อคัพเค้กที่ไม่หนานุ่ม

    Cupcake มะพร้าวอ่อน
  • ใครที่ชื่นชอบความหอมหวานของคาราเมล จึงไม่ควรพลาดการทำคัพเค้กช็อกโกแลตคาราเมลแสนอร่อยอย่างสนิกเกอร์สที่นำมาเป็นส่วนผสมโดยเด็ดขาด ด้วยความนุ่มของเนื้อเค้กรสโกโก้ บีบครีมเนยถั่วลงไป ตามด้วยซอสคาราเมล … นั่นแน่ เริ่มรู้สึกคันคันไม้คันมืออยากทดลองทำกันแล้วใช่มั้ยล่ะ งั้นไปทำกันเลย

    ส่วนผสม คัพเค้กช็อกโกแลต (สำหรับการทำคัพเค้กช็อกโกแลตคาราเมลประมาณ 12 ถ้วย)

    • ผงโกโก้ 1/2   ถ้วย
    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3/4 ถ้วย
    • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
    • ผงฟู 3/4 ช้อนชา
    • เกลือป่น 1/4   ช้อนชา
    • ไข่ไก่ 2 ฟอง
    • น้ำตาลทราย 1/2  ถ้วย
    • น้ำตาลทรายแดง 1/2  ถ้วย
    • น้ำมันพืช 1/3  ถ้วย
    • กลิ่นวานิลลา 2  ช้อนชา
    • บัตเตอร์มิลค์ 1/2  ถ้วย

    ส่วนผสมของครีมเนยถั่วฟรอสติ้ง

    • เนยจืด 5  ช้อนโต๊ะ
    • เนยถั่ว 1  ถ้วย
    • เฮฟวี่ครีม 1/3  ถ้วย
    • กลิ่นวานิลลา 1  ช้อนชา
    • เกลือป่น 1/4  ช้อนชา
    • ซอสคาราเมลสำเร็จรูป
    • สนิกเกอร์สสับ 5-6 แท่ง (หรือตามความชอบ)

    ขั้นตอนการทำคัพเค้กช็อกโกแลตคาราเมล

    1. เตรียมอุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์
    2. เตรียมเรียงพิมพ์มัฟฟินบนถาดอบ
    3. เริ่มทำเนื้อคัพเค้กด้วยการผสมผงโกโก้ แป้งสาลีอเนกประสงค์ เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือป่นให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นอย่างดี
    4. ตีส่วนผสมของ น้ำตาลทราย น้ำมันพืช ไข่ไก่ พร้อมกับกลิ่นวานิลลาให้เข้ากันจนเนียน เสร็จแล้วเทส่วนผสมของแป้ง ½ ลงไปผสมให้เข้ากัน แล้วพักไว้ก่อน
    5. นำส่วนผสมของแป้งที่เหลืออีก 1/2 ไปตีผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกับบัตเตอร์มิลค์ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็นำไปผสมกับส่วนผสมไข่ไก่ที่เตรียมไว้ข้างต้นจนเข้ากัน
    6. เทส่วนผสมที่เตรียมไว้แล้วลงไปในพิมพ์มัฟฟิน แล้วเข้าเตาอบประมาณ 18-19 นาที หรือจนรอดูว่าสุกสีสวยน่ารับประทาน ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนจะนำออกจากพิมพ์ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เนื้อเค้กติดกับพิมพ์ทำให้ได้ทรงคัพเค้กที่ไม่สวยงาม
    7. ทำช็อกโกแลตคาราเมลด้วยการตีเนยจืดในระดับความเร็วปานกลางใช้เวลาประมาณ 1 นาที แล้วจึง ใส่เนยถั่วน้ำตาลไอซิ่ง เฮฟวี่ครีม กลิ่นวานิลลา และสุดท้ายเกลือป่นลงไปตีผสมให้เข้ากันประมาณ 20 วินาที หลังจากนั้นปรับไปที่ความเร็วสูงแล้วตีต่อประมาณ 1 นาที

    เมื่อทำเสร็จแล้วก็นำครีมเนยถั่วฟรอสติ้งไปบีบตกแต่งบนหน้าคัพเค้ก พร้อมกับราดซอสคาราเมล แล้วโรยสนิกเกอร์สให้สวยงาม พร้อมทานได้ทันที

    คัพเค้กช็อกโกแลตคาราเมล (สนิกเกอร์ส)
  • เมนูคัพเค้กถ้วยเล็กๆ ขนมหวานสุดโปรดสำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบการทานขนมเค้กเป็นชีวิตจิตใจ หลายครั้งที่ไปหาซื้อตามร้านต่างๆ ก็ไม่ถูกใจ  ถ้าอย่างนั้นลองทำทานเองที่บ้านก็คงดีไม่น้อย เมื่อคุณสามารถเนรมิตคัพเค้กเป็นหน้าตัวการ์ตูนต่างๆ แบบสามมิติ ทั้งหน้าแมว หน้าหมีคุมะมง หน้าคิตตี้ หรือหน้าหมีริรัคุมะ รักแบบไหน ชอบแบบไหนก็จัดกันได้เต็มที่ ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดไม่จำเป็นต้องใช้เตาอบอีกด้วย… อยากทดลลองทำกันแล้วใช่ไหมล่ะ งั้นมาเตรียมตัวกันเลยดีกว่า

    ส่วนผสม คัพเค้กนึ่ง (สูตรนี้จะใช้ถ้วยที่มีขนาดกว้าง 3 เซนติเมตร ได้ประมาณ 5 ถ้วย)

    • ไข่ไก่ 1 ฟอง
    • น้ำตาลทราย 30 กรัม
    • นมสด 60 ซี.ซี.
    • แป้งแพนเค้กสำเร็จรูป 100 กรัม
    • เนยจืดละลาย 15 กรัม
    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
    • สีผสมอาหารสีแดงและสีดำ

    ขั้นตอนการทำคัพเค้กนึ่ง

    1. นำไข่ไก่ที่เตรียมไว้มาตีกับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน ตามด้วยการเทนมสดลงไป
    2. ใส่แป้งแพนเค้กสำเร็จรูปลงไป แล้วตามด้วยใส่เนยละลาย ตีทั้งหมดเข้าด้วยกันจนได้เนื้อเนียนสวย เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เนื้อแป้งที่จะนำไปทำเป็นตัวเค้กเรียบร้อยแล้ว

    ขั้นตอนการแต่งหน้าคัพเค้ก

    1. ในขั้นตอนนี้จะเป็นส่วนสำคัญสำหรับการแต่งหน้าเค้ก ด้วยการแบ่งส่วนผสมแป้งที่ผสมไว้แล้วออกมา 3 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับแป้งสาลีอเนกประสงค์อีก 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาแบ่งออกเป็น 2 ถ้วย
    2. หลังจากนั้นให้ใส่สีผสมอาหารสีแดง และสีผสมอาหารสีดำลงไปแล้วคนให้เข้ากัน เมื่อผสมกันจนได้ที่ก็ตักแป้งสีใส่ถุงบีบ
    3. ตักส่วนผสมแป้งใส่ลงบนพิมพ์ 3/4 ของถ้วย
    4. บีบสีแดงและสีดำแต่งหน้าให้สวยงามน่ากิน
    5. เมื่อทำทุกอย่างพร้อมหมดแล้วก็นำไปนึ่งประมาณ 8-10 นาที (ส่วนของระยะเวลาการนึ่งจะไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์ที่ใช้ หากว่าเลือกใช้พิมพ์ขนาดใหญ่ระยะเวลาการนึ่งก็จะเพิ่มขึ้น)
    6. คราวนี้ก็ถึงเวลาสนุกในการตกแต่งหน้าเค้กตามความชอบของตนเอง ต้องการให้เค้กออกมามีหน้าตาอย่างไรก็ตกแต่งไปตามที่คิดได้ดั่งใจ

    เคล็ดลับในการนึ่งคัพเค้ก : ควรใช้ผ้าห่อฝาของหม้อนึ่ง หรือจะใช้เป็นกระดาษอเนกประสงค์พิเศษที่ใช้งานในครัวเพื่อคลุมปิดขนมก่อนจะปิดฝา (แต่เมื่อนึ่งเสร็จต้องค่อยๆ เปิด ระวังอย่าให้กระดาษอเนกประสงค์ตกลงไปใส่หน้าขนม) วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ไอน้ำที่เกิดขึ้นระหว่างนึ่งตกลงไปที่หน้าเค้ก

    คัพเค้กนึ่ง
  • คัพเค้กสตรอว์เบอร์รี่ สีสวย สดใส

    เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า หน้าหนาวทีไหร่ผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบและรอก็คือสตรอว์เบอรี่ที่เมื่อนำมากินแบบสดๆก็ชุ่มคอ หรือจะมาประกอบอาหารก็ทำได้หลายอย่าง แถมยังนำมาทำเป็นขนมเค้กก็ได้รสชาติอร่อยไม่แพ้เค้กชนิดอื่นๆ หากจะนำเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลอย่าง วาเลนไทน์ ก็เริ่ด รับรองได้ว่าถูกใจทั้งคนรับ และคนให้ แถมตัวสตอรว์เบอรี่เองก็เข้ากับเทศกาลแห่งความรักพอดีอีกด้วย โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนที่อยู่หอหรือคอนโดมิเนียมแล้วอยากทำคัพเค้กทานเองแต่ติดตรงที่ไม่มีเตาอบ วันนี้เราจะมาช่วยทำให้ฝันของคุณเป็นจริงด้วยไมโครเวฟ ถ้าสนใจแล้วลองมาดูกันดีกว่าคะ ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง พร้อมแล้วก็ลุยกันเลย!!!

    ส่วนผสม ของคัพเค้กสตรอว์เบอรี่

    • แป้งเค้ก 200          กรัม
    • แป้งข้าวโพด 1              ช้อนโต๊ะ
    • เกลือป่น
    • ผงฟู ½             ช้อนชา
    • ผงวานิลลา ½             ช้อนชา
    • เนยเค็ม 250          กรัม
    • น้ำตาลทราย 250          กรัม
    • ไข่ไก่ 5              ฟอง
    • นมข้นจืด 50            มิลลิลิตร
    • กลิ่นสตรอว์เบอรี่ 1              ช้อนชา
    • สีผสมอาหารสีแดงแบบสตรอว์เบอรี่ 1              ช้อนชา
    • สตรอว์เบอรี่ในน้ำเชื่อม หรือจะใช้เป็นสตรอว์เบอรี่สด
    • วิปปิ้งครีม (สำหรับตกแต่ง)
    • สตรอว์เบอรี่สดฝานบางๆ (สำหรับตกแต่ง)

    ขั้นตอนการทำคัพเค้กสตรอว์เบอรี่

    1. เริ่มจากขั้นตอนในการเตรียม คือการนำแป้งเค้กกับแป้งข้าวโพด เกลือป่น ผงฟู และผงวานิลลามาร่อนเข้าด้วยกัน
    2. นำเนยเค็มกับน้ำตาลทรายมาตีผสมกันด้วยตะกร้อจนเริ่มขึ้นฟู แล้วค่อยๆ เติมไข่ไก่ลงไปทีละน้อย พร้อมกับเติมส่วนผสมอื่นๆ เช่น แป้ง นมข้นจืด กลิ่นสตรอว์เบอรี่ ตีต่อไปเรื่อยๆจนส่วนผสมเริ่มเข้าเป็นเนื้อเดียวกันแล้วจึงใส่สตรอว์เบอรี่ในน้ำเชื่อมลงไป ใช้พายยางช่วยคนจนเนื้อผสมเข้ากันได้ดี
    3. ตักส่วนผสมที่ทำไว้เรียบร้อยใส่เข้าไปในพิมพ์เค้กแล้ว นำไปเข้าในไมโครเวฟใช้ไฟแรงประมาณ 170 องศาเซลเซียส ทิ้งระยะเวลา 5 – 10 นาที หรือรอจนเค้กสุกกำลังดีได้สีสวยก็นำออกจากไมโครเวฟ มาพักไว้ให้เย็นสนิทก่อน หลังจากนั้นก็สามารถตกแต่งหน้าเค้กให้สวยงามด้วยการบีบวิปปิ้งครีม แปะด้วยสตรอว์เบอรี่สดทั้งลูก หรือจะตกแต่งให้ดูเก๋มากขึ้นด้วยการนำสตรอว์เบอรี่มาบากตรงบริเวณหัวดูเหมือนเป็นรูปหัวใจ รับรองว่าเค้กของเราน่ากินไม่น้อยเลย
    คัพเค้กสตรอว์เบอร์รี
  • “บิด ชิมครีม จุ่มนม” เชื่อได้ว่าหลายคนคงจะพอคุ้นเคยกับคำโฆษณาของขนมยอดนิยมสุดอร่อยอย่าง “โอรีโอ้”ที่ก่อนกินจะต้องทำตามกระบวนการอย่างแน่นอน แต่โอรีโอ้ยังเอาไปทำได้อีกหลายอย่าง เช่น ทำเป็นส่วนผสมของคัพเค้กก็แสนอร่อยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกับเด็กๆที่เห็นเมื่อไหร่ต้องขอลิ้มลองสักครั้ง หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่อย่างเราก็คงไม่อยากพลาดในการชิมคัพเค้กโอรีโอ้ ด้วยเช่นกัน หรือจะนำมาเป็นขนมในงานปาร์ตี้ก็เข้ากันได้เป็นอยางดี ซึ่งวิธีทำคัพเค้กโอรีโอ้ก็ไม่ยุ่งยากสามารถทำตามได้ง่ายๆ

    ส่วนผสม เนื้อคัพเค้กโอรีโอ้

    • แป้งเค้กสำเร็จรูป 500          กรัม
    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1              ถ้วย
    • น้ำตาลทราย 1              ถ้วย
    • เกลือป่น 1              ช้อนชา
    • ไข่ขาว 4              ฟอง
    • น้ำเปล่า 1+1/3      ถ้วย
    • ซาวร์ครีม 1              ถ้วย
    • กลิ่นวานิลลา 1              ช้อนชา

    ส่วนผสม ของครีมชีสฟรอสติ้งไอซิ่ง

    • เนยจืด 1              ถ้วย
    • ครีมชีส 1              ถ้วย
    • น้ำตาลไอซิ่ง 8              ถ้วย
    • ครีมข้างในโอรีโอ้ 10-15       ชิ้น
    • เฮฟวี่ครีม 4              ช้อนโต๊ะ
    • กลิ่นวานิลลา 2              ช้อนชา
    • โอรีโอ้ (หักครึ่งกลาง) 24            ชิ้น
    • โอรีโอ้บด (เฉพาะเนื้อขนม) 5-10 ชิ้น

    ขั้นตอนการทำคัพเค้กโอรีโอ้

    1. อุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์เตรียมไว้ก่อนที่
    2. นำส่วนผสมที่ได้เตรียมไว้ทั้งหมด เช่นแป้งเค้กสำเร็จรูป แป้งสาลีอเนกประสงค์ และเกลือป่นมาผสมเข้าด้วยกัน
    3. จากนั้นนำน้ำเปล่า กลิ่นวานิลลา ไข่ขาวมาตีเข้าด้วยกันประมาณ 10 วินาที ใส่ส่วนผสมในข้อ 2 ลงไปตีด้วยระดับความเร็วต่ำจนเข้ากันได้ดี แล้วใส่ซาวร์ครีมตามลงไปตีต่อเนื่องจนได้เนื้อเนียนทั้งหมด
    4. เรียงพิมพ์ลงบนถาดรองอบ พร้อมกับตักส่วนผสมคัพเค้กที่ได้เตรียมเอาไว้กะประมาณ 3/4 ของถ้วย แล้วนำเข้าอบใช้เวลาประมาณ 25 นาที เสร็จแล้วก็นำออกมาพักไว้ให้เย็น หลังจากนั้นให้แกะออกจากพิมพ์มาวางรอเรียงเป็นชิ้นๆไว้ก่อนเพื่อรอแต่งหน้าเค้กต่อไป
    5. เตรียมทำครีมชีสฟอรอสติ้งไอซิ่ง ด้วยการนำส่วนผสมของการทำครีมชีสฟรอสติ้งไอซิ่ง เช่น เนยจืด, ครีมชีส, น้ำตาลไอซิ่ง, ครีมของโอริโอ้ที่เราแยกออกตอนแรก, และ เฮฟวี่ครีม ลงไปตีให้เข้ากัน จนให้ได้เนื้อครีมเนียนสวยแล้ว

    ก็นำไปบีบตกแต่งบนหน้าคัพเค้ก พร้อมตกแต่งด้วยโอรีโอ้นำมาหักครึ่ง โรยทับด้วยโอรีโอ้บดลงไปแต่งหน้าเพิ่มความสวยงาม หรือหากใครอยากตกแต่งให้เป็นหน้าตาตุ๊กต่าอย่างมิกกี้เม้าส์ ก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน

    คัพเค้กโอรีโอ้
  • ใครที่ชอบความหอมหวานของกลิ่นวานิลลา รับรองว่าจะต้องชอบคัพเค้กวานิลลา เนื้อนุ่มชุ่มไปด้วยเนย ส่วนของด้านบนบีบวานิลลาบัตเตอร์ครีมฟรอสติ้งลงไป โรยด้วยเกล็ดน้ำตาลสีสวย ตกแต่งอย่างงดงาม ดูแค่หน้าตาก็รู้แล้วว่าต้องอร่อยจนติดใจอย่างแน่นอน

    ส่วนผสม ของตัวเค้ก

    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1+1/4      ถ้วย
    • ผงฟู 1/2             ช้อนชา
    • เบกกิ้งโซดา 1/4             ช้อนชา
    • เกลือป่น 1/4             ช้อนชา
    • ไข่ไก่ 2              ฟอง
    • น้ำตาลทราย 1              ถ้วย
    • กลิ่นวานิลลา 1+1/2      ช้อนชา
    • ชาวร์ครีม 1/2             ถ้วย

    ส่วนผสม ของครีมบัตเตอร์ฟรอสติ้ง

    • เนยจืด 1              ถ้วย
    • น้ำตาลไอซิ่ง 2+1/2      ถ้วย
    • กลิ่นวานิลลา 1              ช้อนโต๊ะ
    • เฮฟวี่วิปปิ้งครีม 1              ช้อนโต๊ะ
    • เกล็ดน้ำตาล สีสันตามชอบใจ

    ขั้นตอนการทำคัพเค้กวานิลลา

    1. อุ่นเตาอบด้วยอุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้ก่อน
    2. เตรียมเรียงพิมพ์ขนาด 12 ชิ้น บนถาดอบ
    3. เริ่มจากทำตัวเนื้อคัพเค้กด้วยการนำแป้งสาลีอเนกประสงค์ เบกกิ้งโซดา ผงฟู รวมทั้งเกลือป่นมาผสมให้เข้ากันแล้วเก็บพักไว้
    4. ใช้เครื่องตีแบบมือถือด้วยความเร็วในขนาดปานกลางตีไข่ไก่และน้ำตาลทรายประมาณ 2 นาที คอยสังเกตว่าได้เนื้อเนียนเมื่อส่วนผสมเข้ากันแล้วจึงค่อย ใส่เนยจืดและกลิ่นวานิลลาตามลงไปพร้อมกับใช้ความเร็วต่ำกะระยะเวลาประมาณ 1 นาที แล้วนำส่วนผสมของแป้งในข้อ 1 ลงไปตีอีกครั้งใช้ ความเร็วต่ำจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันได้ดี หลังจากนั้นใส่ซาวร์ครีมลงตีไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้เนื้อเค้กเนียนสวย
    5. ตักส่วนผสมของเนื้อคัพเค้กทั้งหมดใส่ลงไปในพิมพ์ประมาณ 3/4 ของพิมพ์ แล้วจึงนำไปเข้าเตาอบใช้เวลาประมาณ 18-20 นาที หรือสังเกตจนสุกสีเหลืองสวย หลังจากนั้นนำออกมาพักไว้ให้เย็น
    6. เมื่อได้เนื้อเค้กแล้วมาถึงส่วนวานิลลาบัตเตอร์ครีมฟรอสติ้ง ด้วยการใช้เครื่องตีมือถือด้วยความเร็วที่ปานกลาง เริ่มจากตีเนยจืดประมาณ 30 วินาที ต่อด้วยน้ำตาลไอซิ่ง กลิ่นวานิลลา และเฮฟวี่วิปปิ้งครีมแล้วปรับเป็นความเร็วสูงใช้ระยะเวลาอยู่ที่ 3 นาที หลังจากนั้นก็นำไปตกแต่งบนตัวเค้กเพิ่มความสวยงามด้วยเกล็ดน้ำตาลทรายสีสันต่างๆ ให้ดูน่ากิน พร้อมเสิร์ฟได้ยิ่งทานคู่กับกาแฟเข้ากันได้อย่างลงตัว

    นอจากจะมีวิธีการทำคัพเค้กแสนอร่อยแล้ว ยังมีเทคนิคดีๆมาฝากคือการเลือกใช้ถ้วยคัพเค้กที่ใช้กระดาษแบบจีบ เวลาอบขนมออกมา หน้าตาของขนมจะนูนสวย น่ารับประทานกว่าถ้วยกระดาษแบบแข็งๆ ที่จะทำให้ตัวเค้กดูลอยๆออกมาเวลาแต่งหน้าเค้กจะดูไม่สวยงามอย่างที่ต้องการคะ

    คัพเค้กวานิลลา ลองทำดูแล้วจะติดใจ
  • เชื่อว่าหลายคนคงจะชอบความหอมหวานอร่อยของช็อกโกแลต เห็นทีไหร่มีน้ำลายสอเสียทุกที ถ้ายิ่งนำเอาช็อกโกแลตมาทำเป็นคัพเค้กแสนอร่อยรับรองว่าต้องถูกอกถูกใจกันไปไม่ใช่น้อย ด้วยความเต็มอิ่มไปกับเนื้อช็อกโกแลตเน้นๆ อีกทั้งเนื้อคัพเค้กนุ่มละมุนลิ้น สอดไส้กับลาวาช็อกโกแลตด้านใน เรียกได้ว่าเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม แล้วถ้าทำขึ้นด้วยตัวเอง คงจะฟินน่าดูเลยล่ะคะ

    ส่วนผสม คัพเค้ก

    • ดาร์กช็อกโกแลตสับ 6              ช้อนโต๊ะ
    • ผงโกโก้ 1/3           ถ้วย
    • กาแฟร้อน 3/4             ถ้วย
    • แป้งขนมปัง 3/4             ถ้วย
    • น้ำตาลทราย 3/4             ถ้วย
    • เกลือป่น 1/2             ช้อนชา
    • เบกกิ้งโซดา 1/2             ช้อนชา
    • ไข่ไก่ 2              ฟอง
    • น้ำส้มสายชู 2              ช้อนชา
    • กลิ่นวานิลลา 1              ช้อนชา

    ส่วนผสม ช็อกโกแลตลาวา

    • ดาร์กช็อกโกแลต 4              ช้อนโต๊ะ
    • เฮฟวี่ครีม 1/4             ถ้วย
    • น้ำตาลไอซิ่ง 1              ช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสม ครีมช็อกโกแลตฟรอสติ้ง

    • เนยจืด 1+1/4      ถ้วย
    • น้ำตาลไอซิ่ง 1              ถ้วย
    • ผงโกโก้ 3/4             ถ้วย
    • เกลือป่น
    • แบะแซ 3/4             ถ้วย
    • กลิ่นวานิลลา 1              ช้อนชา
    • ช็อกโกแลตละลาย 1              ถ้วย

    ขั้นตอนการทำช็อกโกแลตคัพเค้กลาวา

    1. ให้เตรียมชามผสมพร้อมส่วนผสมสำคัญคือตัวดาร์กช็อคโกแลตสับ กับน้ำตาไอซิ่งและสุดท้ายก็เฮฟวี่ครีม นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 20-30 วินาที แล้วนำออกมาใช้พายยางคนให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นก็ไปแช่เย็นทิ้งไว้ 30 นาที
    2. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้ก่อน
    3. เตรียมวางเรียงพิมพ์ถ้วยคัพบนถาดรองอบ
    4. ส่วนเนื้อคัพเค้กก็นำชามผสมมาใส่ดาร์กช็อคโกแลตสับกับผงโกโก้พร้อมรินกาแฟร้อนไปคนให้ละลาย จากนั้นไปใส่ตู้เย็นแช่ 20 นาที
    5. หลังจากนั้นผสมแป้งขนมปัง น้ำตาลทราย เกลือป่น และเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน
    6. ตามด้วยใส่ส่วนผสมช็อคโกแลตลาวาที่ทำไว้แล้ว น้ำมันพืช น้ำส้มสายชู ไข่ไก่ และกลิ่นวานินลา แล้วคนผสมเข้าด้วยกัน ตามด้วยใส่แป้งลงไปคน
    7. ตักส่วนผสมคัพเค้กลงในพิมพ์ 3/4 ของถ้วย ตามด้วยลาวาช็อกโกแลตที่เตรียมไว้ประมาณ 1 ช้อนชา แล้วเข้าเตาอบตั้งเวลาประมาณ 17-20 นาที เมื่อสุกก็เอามาพักให้เย็นบนตะแกรงต่อประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นนำเค้กออกจากพิมพ์พักทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง

    เสร็จขั้นตอนการทำคัพเค้กแล้ว มาถึงทำครีมช็อกโกแลตด้วยการใส่เนยจืด น้ำตาลไอซิ่ง เกลือ, ผงโกโก้ ตีผสมกันประมาณ 30 วินาที จนเนื้อเริ่มออกเนียน ใส่แบะแซและกลิ่นวานิลลาลงไปตีเข้าด้วยกันประมาณ 5-10 วินาที  แล้วใส่ช็อกโกแลตละลายลงไปตีต่อไปเรื่อยๆประมาณ 10-15 วินาที เมื่อได้เนื้อเนียนสวยแล้วก็นำไปบีบตกแต่งบนหน้าคัพเค้กแต่งหน้าให้สวยงาม พร้อมทานได้ทันที

    คัพเค้กช็อกโกแลต
  • เป็นอีกหนึ่งคัพเค้กที่กำลังเป็นที่นิยมมากในขณะนี้ โดยสังเกตได้จากร้านเบเกอรี่ชื่อดังหลายแห่งต้องมีติดตู้ไว้ขายให้กับลูกค้า ด้วยความที่เจ้าคัพเค้กนี้มีสีสันออกเป็นสีแดงสวยงามและยังมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เชื่อได้ว่า!!หลายท่านคงอยากทดลองทำกินเองดูบ้าง เริ่มคันไม้คันมือกันแล้วใช่ไหม.. ถ้าอย่างนั้นมาเริ่มทำเค้กกันดีกว่าส่วนผสมของ คัพเค้กเรดเวลเล็ท

    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ (ร่อนก่อนตวง) 3+1/2 ถ้วย
    • เบกกิ้งโซดา 2  ช้อนชา
    • เกลือป่น 1+1/2  ช้อนชา
    • ผงโกโก้ 1/4  ถ้วย
    • ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 3  ฟอง
    • น้ำตาลทราย 1+3/4  ถ้วย
    • น้ำมันดอกคาโนล่า 2  ถ้วย
    • กลิ่นวานิลลา 1+1/2  ช้อนชา
    • บัตเตอร์มิลค์ 1+1/3  ถ้วย
    • น้ำส้มสายชู 2  ช้อนชา
    • สีผสมอาหารสีแดง 1  ออนซ์
    • พิมพ์คัพเค้ก 24  ถ้วย

    ขั้นตอนการทำคัพเค้ก

    1. เตรีมอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศา
    2. นำแป้ง เกลือ เบกกิ้งโซดา มาร่อนเข้าด้วยกัน
    3. หลังจากนั้นให้นำไข่ไก่มาตีโดยการใช้ความร้อนปานกลางจนขึ้นฟู
    4. ค่อยๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไปทีละน้อยจนหมด ตีไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมไหลลงเห็นเป็นรอยพับ
    5. เทน้ำมันใส่ลงไปในอ่างผสมไข่ ตีส่วนผสมอีกครั้งให้เข้ากันดี ตามด้วยกลิ่นวานิลลา
    6. ใส่สีแดงผสมอาหารลงไปทั้งหมดเพื่อความน่ารับประทาน ตีส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วจึงใส่น้ำส้มสายชู
    7. ใส่ส่วนผสมแป้งครึ่งหนึ่งลงในอ่างผสมไข่ พร้อมกับใช้พายตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากัน
    8. จากนั้นให้ใส่บัตเตอร์มิลค์ลงไป ตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วจึงใส่แป้งที่เหลือไปจนหมด ตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากันเป็นอย่างดี (พยายามตะล่อมแป้งเบาๆ แต่ต้องเร็ว)
    9. ตักส่วนผสมทั้งหมดลงในพิมพ์กระดาษ แล้วนำเข้าเตาอบประมาณ 23-25 นาที หรือเมื่อเค้กสุก (ให้ใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มลงไปตรงกลางเค้ก ถ้าไม่มีเศษแป้งติดไม้ขึ้นมาก็แสดงว่าเค้กสุก) นำออกจากเตาอบมาพักไว้ให้เย็นใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงค่อยเอาออกจากถาด แล้ววางพักให้เย็นบนตะแกรง ที่นี้ก็พอเสิร์ฟแล้วล่ะคะ

    เคล็ดลับความอร่อย

    • กรณีที่ไม่มีบัตเตอร์มิลค์ให้ใช้นมจืด 1/3 ถ้วย ผสมกับน้ำมะนาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ ทิ้งไว้ 5 – 10 นาที ส่วนผสมจะเริ่มข้นขึ้นเหมือนกับการใช้บัตเตอร์มิลค์
    • ควรใช้เป็นน้ำมันคาโนลา หรือ น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันจะทำให้ไม่มีกลิ่นน้ำมันติดขนม
    • การทำเนื้อเค้กให้นวลเนียนควรใส่น้ำส้มสายชูเข้าไปด้วย จะทำให้เค้กฟู นุ่ม เพราะน้ำส้มสายชูจะเข้าไปทำปฎิกิริยากับเบกกิ้งโซดา
    Cupcake Red Velvet
  • “Rainbow Cupcake” สีรุ้งแสนสวย

    คัพเค้กสีรุ้งหรือที่มักนิยมเรียกันในชื่อ “เรนโบว์คัพเค้ก” คือคัพเค้กเนื้อบัตเตอร์ตามปกติทั่วไป เพียงแต่เพิ่มลูกเล่นให้ดูน่ารับประทานขึ้นด้วยเนื้อข้างในมีสีสันจากเกล็ดน้ำตาลเป็นชั้นๆ และเพิ่มความหอมหวานด้วยตัวครีมข้างบนนุ่มๆละมุนลิ้น หากว่าใครชอบทานคัพเค้กลักษณะนี้จะลองทำทานเองก็ได้ไม่ยุ่งยากอย่างแน่นอนคะ

    ส่วนผสมของ คัพเค้กสีรุ้ง

    • แป้งเค้ก 135  กรัม
    • ผงฟู 1  ช้อนชา
    • เกลือป่น ½ ช้อนชา
    • เนยสดจืด แบ่งเป็น 113 กรัม และ 125 กรัม อย่างละถ้วย
    • น้ำตาลทราย แบ่งออกเป็น 2 ถ้วย
    • ไข่ขาว ประมาณ  4  ฟอง
    • ครีมออฟทาร์ทาร์ ½  ช้อนชา
    • วิปปิ้งครีมแบบ non-dairy 200  กรัม
    • เม็ดน้ำตาลสีต่างๆ ไว้สำหรับโรยแต่งหน้า
    • สีผสมอาหารชนิดน้ำ สีแดง สีเหลือง สีส้ม สีเขียว สีฟ้า

    ขั้นตอนการทำ คัพเค้กสีรุ้ง

    1. เริ่มจากการเตรียมอุ่นเตาในอุณหภูมิ 180 องศา ( ทั้งไฟบน ไฟล่าง) และเตรียมเรียงถ้วยกระดาษใส่พิมพ์เค้กเอาไว้ พร้อมนำอ่างผสมร่อนแป้งเค้ก ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน เสร็จแล้วให้พักไว้ก่อน
    2. หลังจากนั้นก็มาต่อด้วยการตีเนยความเร็วในระดับปานกลางจนเนยเริ่มขึ้นฟูออกเป็นสีครีมนวลๆ แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลปริมาณ 120 กรัมลงไปทีเดียวจนหมด หลังจากนั้นตีให้น้ำตาลละลายและขึ้นฟู แล้วนำแป้งที่ร่อนไว้ตอนแรกใส่ลงไปสลับกับใส่นมโดยกะปริมาณให้จบพอดีที่แป้ง ตีต่อจนเห็นว่าได้เนื้อเนียนสวยแล้วก็พักไว้
    3. นำไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์มาตีด้วยความเร็วสูงพร้อมกับใส่น้ำตาลลงไปทีละน้อยจนไข่ขาวเริ่มแข็ง จึงค่อยแบ่งครีมไข่ขาวออกเป็น 6 ถ้วย แล้วให้ใส่สีผสมอาหาร สีละประมาณ 1/8 ช้อนชา
    4. ตักส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงไปในถ้วยที่เตรียมไว้ไล่ไปทีละสีเป็นชั้นชั้นๆจนครบทุกสี ซึ่งสามารถเลือกสลับสีได้ตามความชอบ แล้วนำไปอบใช้เวลาประมาณ 18 – 25 นาที หากอยากรู้ว่าเนื้อเค้กสุกได้ที่หรือยังให้ลองทดสอบด้วยการใช้ไม้ปลายแหลม เช่น ไม้จิ้มฟัน จิ้มลงไปที่เนื้อเค้กถ้าพบว่าที่ไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมาหมายความว่าเค้กสุกแล้ว ให้นำออกจากเตาแล้วไปพักไว้บนตะแกรงรอจนกว่าจะเค้กเย็น
    5. หากว่าใครอยากแต่งหน้าเค้ก ก็สามารถตกแต่งได้เช่นการบีบวิปปิ้งครีม หรือ โรยเกล็ดน้ำตาลหลากสี หรือจะเลือกนำเยลลี่รูปหัวใจมาเรียงกันลงบนคัพเค้ก ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มสีสันและรสชาติให้คัพเค้กสีรุ้งสดใสและอร่อยเพิ่มขึ้นไปอีกคะ รับรองงานนี้ฟินจนกินหมดตอนไหนยังไม่รู้ตัวอย่างแน่นอน
    คัพเค้กสีรุ้ง

ความอร่อยที่คุณได้รับ คือ ความสุขของเรา

Boulela & Bakery คืนความสุขทุกครั้งที่ได้สัมผัสความอร่อยอย่างลงตัวและน่าหลงใหลในความพิถีพิถัน การรังสรรค์เบเกอรี่ให้ออกมาน่ารับประทานมากที่สุด ซึ่งทุกชิ้นที่เชฟได้ลงมือทำจะต้องได้รสชาติที่เหมือนกันทุกชิ้นเพื่อเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับตามสูตรของแต่ละร้าน หรือ แต่ละบุคคล ซึ่งร้านของเราได้รับการการันตีความอร่อยมาอย่างยาวนานและพร้อมที่จะเผยแพร่ความอร่อยไปทั่วโลก

Fruit cake

เป็นเค้กที่ได้นำผลไม้เขามาเป็นส่วนผสมได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้สด หรือผลไม้ที่ผ่านการแปลรูปมา เช่น แยมผลไม้ต่างๆ หรือ ลูกเกด และผลไม้อบแห้ง เป็นต้น ซึ่งความหอมอร่อยของเค้กเมื่อนำมาผสมผสานกับผลไม้ชนิดต่างๆ นั้นคือความอร่อยที่ลงตัวมาก จะเรียกว่าเค้กผลไม้คือเค้กอมตะที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องก็ว่าได้ด้วยความแตกต่าง และ ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะทำให้ทุกครั้งที่สัมผัสรสชาติเป็นที่จดจำของผู้บริโภคเสมอ

Strawberry Cheese Cake Secret

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้กสูตรลับมัดใจสาว

แม้ว่าปัจจุบันจะมีเค้กสไตล์โฮมเมดเกิดขึ้นมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่า เค้กแบบไหนได้รับความนิยมสุดในหมู่สาวๆ ตอบได้เลยคือ สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก นั่นเอง หากเราเป็นคนหนึ่งที่อยากจะลองทำเค้กเพื่อเอาใจสาวๆดูสักครั้งให้ประหลาดใจ เราขอแนะนำว่าให้ลองมาทำ สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก กันดีกว่า นี่คือเมนูมัดใจสาวจนดิ้นไม่หลุดเลยก็ว่าได้ สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ดียังไง คนไม่ค่อยได้กินเค้ก อาจจะไม่รู้พิษสงของ สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ว่ามันเป็นอะไรที่ฟินเวอร์มาก ลองนึกภาพตามนะว่า เค้กนิ่มก้อนสีขาวตรงหน้ามีท็อปปิ้งสตรอเบอรี่วางอยู่ เมื่อเราตักเข้าปากไปแล้วความนิ่ม ความนุ่มของเนื้อเค้ก มาพร้อมกับความหวานซ่อนเปรี้ยวที่เหมือนจะพาเราขึ้นสวรรค์กันเลยทีเดียว มาลองทำกัน วัตถุดิบในการทำ สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ใช้วัตถุดิบที่หาได้ไม่ยากเท่าไรของร้านสะดวกซื้อทั่วไป เริ่มจากสตรอว์เบอรี่สด ใช้ประมาณ 150 …

Read More Comments Off on สตรอว์เบอร์รีชีสเค้กสูตรลับมัดใจสาว
How to Make Banana Cake Deliciousness

วิธีการทำเค้กกล้วยหอม ความอร่อยอมตะ

ขนมหวานทานเล่นอย่างเค้กกล้วยหอมถือเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมสูงมากโดยเฉพาะกับคนที่ชอบทานกล้วยหอมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ด้วยกลิ่นหอมหวานอันแสนเย้ายวนใจบวกกับการนำมาปรับแต่งให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ได้อย่างลงตัวทำให้ขนมหวานชนิดนี้ครองใจคนจำนวนมากเรื่อยมา ซึ่งคนที่ไม่เคยทำขนมหวานอย่างเค้กกล้วยหอมมาก่อนก็อาจคิดว่าเป็นเรื่องยากทว่าพอทำเข้าจริงแล้วมันไม่ได้มีส่วนผสมอะไรวุ่นวายมากเลย ลองมาทำความเข้าใจถึงขั้นตอนวิธีการต่างๆ รวมถึงวัตถุดิบรับรองว่าอ่านเสร็จไปเข้าครัวได้ทันที โดยจะขอแนะนำเป็นเค้กกล้วยหอมสูตรฉ่ำเนยให้ได้ทำกัน วัตถุดิบและวิธีการทำเค้กกล้วยหอม วัตถุดิบสำหรับทำเค้กกล้วยหอม ประกอบไปด้วย กล้วยหอมสุกบดประมาณ 1 ถ้วยครึ่ง นมสด 4 ช้อนโต๊ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย ผงฟู 1 ช้อนชา เบกกี้งโซดา 1 ช้อนชา กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา เนยเค็มประมาณ 5 …

Read More Comments Off on วิธีการทำเค้กกล้วยหอม ความอร่อยอมตะ
Apple c crumb

เค้กแอปเปิลครัมเบิ้ล

ใครที่กำลังมองหาวิธีทำขนมเค้กแบบง่ายๆ รสชาติอร่อยๆ แบบไม่ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือระดับมืออาชีพ ก็สามารถทำได้ เพราะวันนี้เรามีสูตรเค้กแอปเปิ้ลครัมเบิ้ลแบบไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องง้อเครื่องตีแป้งมาฝากกันคะ รับรองว่ารสชาติอร่อยล้ำเลิศ ใครที่ชื่นชอบความอร่อยของแอปเปิ้ลและซินนามอนห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นถ้าได้กินคู่กับซอสวานิลลาหรือไอศกรีมวนิลลาบอกเลยว่าอร่อยสุดๆ ส่วนผสมของ ไส้แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลเขียว 3 ลูก น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ อบเชยป่น 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ส่วนผสมของ ครัมเบิ้ล น้ำตาลทราย 50 กรัม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 80 …

Read More Comments Off on เค้กแอปเปิลครัมเบิ้ล